สาเหตุที่เรามาเรียนหนังสือ เพื่อที่จะเอาความรู้
มีบางคนที่ได้โอกาสนี้ กลับไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์
แต่ดีกว่าบางคนที่นำความรู้ไปใช้ในทางที่ผิด
สมมติว่ามีอาณาจักรสองอาณาจักร ซึ่งทั้งสองอาณาจักรนี้ไม่ถูกกัน
ต่างฝ่ายต่างก็คิดแต่สร้างอาวุธ และทำสงครามบ่อยครั้ง
อยู่มาวันหนึ่งมีคนมาบอกว่า “เราควรใช้สมองดีกว่าการใช้กำลังนะ”
แล้วคนนั้นได้ขอเจรจาสงบศึกเพื่อหยุดการเสียเลือดเสียเนื้อครั้งนี้
เรื่องนี้สามารถบอกถึง คนที่ใช้ความรู้ไปในทางที่ถูกต้อง
เขาคิดแต่เจรจาสงบศึก เพื่อหยุดการฆ่ากันเอง และเสียเลือดเสียเนื้อเพิ่มขึ้น
ส่วนคนที่ใช้ความรู้ไปในทางที่ผิด คือคนที่มัวแต่คิดอาวุธ
แล้วถ้าสองอาณาจักรนี้ ต่างไม่ยอมกันจะเกิดอะไรขึ้น
บางเหตุการณ์ใช้สมองอย่างเดียวไม่ได้ ควรใช้จิตใจในการตัดสินใจด้วย
ถ้ามีคนถามว่า "ความรู้ เปรียบเหมือนอะไร"
หลายคนมักตอบว่า “หนังสือ” “ตัวอักษร”
ถ้าเป็นผมจะตอบอย่างนี้
ความรู้
เปรียบเหมือนทะเลที่กว้างใหญ่โดยไร้ซึ่งขอบเขตแห่งความสิ้นสุด
โดยให้เกาะที่เป็นบ้านเกิดของเราเป็นจุดเริ่มต้น
ถ้าเราไม่เปิดหูเปิดตาเป็นกบในกะลา
เราก็จะจะไม่รู้ว่ามหาสมุทรที่อยู่ข้างหน้าเรานั้นเป็นอย่างไร
ยกตัวอย่างในเชิงสมมติ
เราเป็นชาวบ้านธรรมดา ค้นพบแผนที่สมบัติ แล้วเตรียมพร้อมสำหรับการหาสมบัติ
เวลาผ่านไป เราขึ้นเรือ แล้วเจอทั้งหินโสโครก มรสุม และ พายุ ในที่สุดก็พบเกาะมหาสมบัติ
ยกตัวอย่างในเชิงนัยความรู้
เราเกิดอยู่บนโลกแห่งการเรียนรู้ซึ่งหมุนตลอดเวลา ซึ่งจุดเริ่มต้นของเรา คือ สมองที่ว่างเปล่า
แล้วเราพบแผนการเรียนรู้ในอนาคต และเตรียมพร้อมสำหรับบการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
ผ่านไปหลายปีเจออุปสรรคต่างๆนานา ใช้ความรู้และประสบการณ์ต่างๆ
จนกระทั่งค้นพบจุดสูงสุดในชีวิต
ยกตัวอย่างในเชิงห้องว่างเปล่า และนัยความรู้
ห้องที่ว่างเปล่า | สมองที่ว่างเปล่า |
ค้นพบเป้าหมาย (แข่งการจัดห้อง) | พบแผนการเรียนรู้ |
คำนวนค่าตกแต่งห้อง | เตรียมศึกษาเล่าเรียน |
ซื้อของ และจัดห้อง | ศึกษาเล่าเรียน |
ประกวดการจัดห้อง | สอบ (ทำข้อสอบ) |
ประกาศผล | ประกาศผล |
โดยเรียกว่า “วงจรชีวิตของการเรียน”
แล้วคุณล่ะจะเปรียบเทียบ ความรู้ เหมือนอะไร ?
