คณิตศาสตร์
เลข บวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน ทศนิยม ฟังก์ชั่น
สมการ สแควร์รูท ซิกม่า รูปทรงเรขาคณิต
ตรีโกณมิติ ทฤษฏีพีทาโกรัส โอ๊ย ! เบื่อ
หลายๆคนอาจเกลียดเลข ไม่ชอบเลข
หลายๆคนบอกว่า เลขไม่เห็นสำคัญเลย
บอกได้ตามตรงว่า คุณคิดผิด
เพราะอะไร ?
วิชาเลข เป็นที่เน้นทางด้านทฤษฏี และการวิเคราะห์
เป็นหลักโดยละเอียด หลายคนคำนวณไม่ได้ก็เบื่อ
ปัจจุบันเริ่มมีการจำหน่ายสื่อการเรียนคณิตศาสตร์มากขึ้น
ทั้งนิทานทั้งการ์ตูนสำหรับเด็ก แต่ก็ไม่เป็นผลเท่าไหรนัก
สำหรับเด็กแล้วคณิตศาสตร์แล้วถือเป็นยาขมอันดับ 1 เลยทีเดียว
การจะทำให้เป็นขนมหวานนั้นต้องใช้ความอดทน และเวลามาก
โจทย์ เหมือนสเต็ก โจทย์ยิ่งยากสเต็กยิ่งแข็ง
โจทย์ยิ่งง่ายสเต็กยิ่งนุ่ม สเต็กจะนุ่มหรือแข็งขึ้นอยู่กับคนทำ
จะกินสเต็กได้มากแค่ไหนขึ้นอยู่กับคนกิน เหมือนการทำโจทย์
เลข หรือคณิตศาสตร์
ไม่ได้มีแค่ตัวเลขเท่านั้น แต่มีอย่างอื่นอีก คือ บวก ลบ คูณ หาร เท่ากับ
บวก ลบ คูณ หาร เปรียบเหมือน ตัวกลางในรวมร่าง
แล้วกลายเป็นหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น เศษส่วน ทศนิยม ตัวยกกำลัง
ยังมีรูปทรง ซึ่งมี 2 มิติ 3 มิติ โดยกำเนิดจากเส้น
และยังมีตาราง และอื่นๆ
ที่อธิบายเยอะอย่างนี้เพราะอยากบอกว่า มันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น
แต่มนุษย์นั้นให้กำเนิด และวิวัฒนการไปเรื่อยๆ เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ในด้านคอมพิวเตอร์โดยเหตุจาก คือสงคราม เพื่อคำนวณระยะวิธีกระสุนปืนใหญ่
แต่คอมพิวเตอร์ยุคแรกๆขนาดใหญ่มาก ต่อมามีบุคคล 2 บุคคล
เป็นผู้เปลี่ยนแปลงในวงการคอมพิวเตอร์ คือ
สตีฟ จอบส์ (Steve Job)
บิลล์ เกลต์ (Bill Gate)
ส่วนใหญ่ที่คนไม่ชอบคณิตศาสตร์มีดังนี้
- มีสูตรที่ซับซ้อน
- จำสูตรไม่ได้
- ขี้เกียจทำ
- คำนวณผิดบ่อย
- ตีความโจทย์ไม่ได้
หลายปีค.ศ.ประมาณ1400-1500 มีนักคณิตศาสตร์
ชื่อว่า พีทาโกรัส แห่งเกาะซามอสได้กล่าวไว้ว่า
คณิตสาสตร์ คือ ทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่ง
ท้องฟ้า และดวงดาวต่างๆ
ความหมายคือ ในชีวิตของเราตั้งแต่เกิดจนตาย รอบตัวคือ
คณิตศาสตร์
คณิตศาสตร์ของคุณเป็นแบบไหน
วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
เกม
ในสังคมออนไลน์สมัยนี้สามารถติดต่อหากันได้โดยสิ่งที่เรียกว่า “อินเตอร์เน็ต”
แล้วอินเตอร์เน็ตมีหลากหลายหน้าที่ เช่น ความบันเทิง ข่าวสาร การสื่อสาร เป็นต้น
และส่วนใหญ่ใช้สำหรับความบันเทิง
และสิ่งที่ผู้คนเข้าไปในหมวดความบันเทิงมากที่สุด คือ เกม
นับตั้งแต่มีเกม ก็เริ่มมีปัญหามากยิ่งขึ้น เช่น
- เสียสุขภาพ
- อาการติดเกม
- หมกมุ่น ไม่สนสิ่งอื่นใด
- เกิดปัญหาทางสังคม
- เบื่อหน่ายกับหน้าที่ของตนเอง
- จินตนาการเฟ้อฝันเกินเหตุ
- เสียทรัพย์สิน
- และอื่นๆ
แต่ไม่ใช่ห้ามเล่นอีกเลย เล่นได้
แต่ควรจะมีความพอดีในการบริหารเวลาของตนเองให้เหมาะสม
ถ้ามีคนถามว่า "เกม เปรียบเหมือนอะไร"
หลายคนมักตอบว่า "ผมไม่รู้ เพราะผมมัวแต่เล่นอย่างเดียว"
ถ้าเป็นผมจะตอบอย่างนี้
เกม
เปรียบเหมือนอำนาจในการควบคุมจิตใจ
เพราะถ้าใช้อำนาจถูก มันก็จะพาไปในทางที่ถูก
แต่ถ้าใช้อำนาจผิด มันก็จะพาไปในทางที่ผิด
แต่ไม่ใช่โดนควบคุม 100% แต่เป็น 50%
ส่วนอีก 50% ก็คือเรา แค่เราจะคิดยังไงเท่านั้นเอง
ถ้าไม่เล่น 50% นั้นก็จะหักล้างเป็น 0%
ถ้าเล่น 50% จะเพิ่มเป็น 100%
0% คือ ดี
100% คือ ไม่ดี
เกม คือ สิ่งที่ทำให้ความเครียดลดลง
ความเครียด เปรียบเหมือน สีดำ
เกม เปรียบเหมือน ยาเพิ่มความขาว
ตราบใดที่เราใช้อำนาจไปในทางที่ถูก
อนาคตของเราก็จะเจริญก้าวหน้าต่อไป
แล้วคุณล่ะจะเปรียบเทียบ เกม เหมือนอะไร ?
ทรัพย์สิน
ทุกคนในโลกใบนี้ ทำงานเพื่อหาทรัพย์สินมาเลี้ยงชีพตนเอง
การหาทรัพย์สินนั้น ต้องมีความเพียร ความอดทน และความคิดสร้างสรรค์
มีบางคนที่มีวิธีประหยัด และลดค่าใช้จ่ายในบ้านลง
และจะมีบางพวกชอบนินทา และหัวเราะเยาะประจำ
ผมก็อยากถามพวกคนที่นินทาว่า “พวกคุณหัวเราะทำไม เขาทำอย่างนี้เพื่อเลี้ยงดูชีวิตตนเอง
เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกับเรา เขาอาจไม่ได้โชคดีเหมือนเรา แต่เขาเลี้ยงชีวิตตนเองได้
ถ้าคุณเป็นแบบนั้น คุณจะทำอย่างไร”
ถ้ามีคนถามว่า "ทรัพย์สิน เปรียบเหมือนอะไร"
หลายคนมักตอบว่า "เวลา"
ถ้าเป็นผมจะตอบอย่างนี้
ทรัพย์สิน
เปรียบเหมือน น้ำในบ่อ
น้ำ-ใช้แล้วบางครั้งก็เหลือนำมาใช้ใหม่ได้ ไม่ก็ไม่มีเหลือ
ถ้าให้เปรียบเทียบทั้งหมดก็คือ
เงินออม | บ่อน้ำ |
วิกฤตเศรษฐกิจ | ฤดูแล้ง |
ฟุ่มเฟือย | การใช้น้ำเกินความจำเป็น |
ผัก ผลไม้ สมุนไพร | ผลดี |
ตัวเรา | ชาวนา |
ยกตัวอย่างในเชิงสมมติ และทรัพย์สิน
ชาวนาใช้น้ำเพื่อปลูกผัก ผลไม้เพื่อนำมาเลี้ยงชีพ
ตัวเราใช้เงินในการซื้อสิ่งที่เป็นผลดีต่อตัวเรา
เมื่อถึงฤดูแล้งน้ำในบ่อค่อยๆลดลงทีละน้อยๆ
เมื่อเกิดวิกฤตการด้านเศรษฐกิจ เงินก็ลดลงตามไปด้วย
น้ำระเหยฤดูแล้งน้อยกว่าน้ำเราใช้ฟุ่มเฟือยอีก
เงินที่ใช้จากการฟุ่มเฟือย มากกว่า เงินในวิกฤตเศรษฐกิจ
แต่ถ้าเราประหยัด
ก็เหมือนมีน้ำในบ่อใช้ได้นานจนน้ำในบ่อหมด
แต่ปัจจุบันนี้ไม่ค่อยรู้จักการประหยัดเสียเท่าไหร เพราะ กำแพงความโลภ นั้นได้ขวางเอาไว้
จึงมีสำนวนว่า “เงินนั้นไม่ได้งอกบนต้นไม้”
(A money did not grow from the tree)
หมายถึง : เงินนั้นไม่ได้หามาง่าย เหมือนงอกจากต้นไม้
แต่ถ้าเราประหยัด ใช้เงินคุ้มค่า คำว่า เงินงอกบนต้นไม้ได้
นั้นสามารถเป็นจริงได้ด้วยมือของเราเอง
แล้วคุณล่ะจะเปรียบเทียบ ทรัพย์สิน เหมือนอะไร ?
วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ความรู้
สาเหตุที่เรามาเรียนหนังสือ เพื่อที่จะเอาความรู้
มีบางคนที่ได้โอกาสนี้ กลับไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์
แต่ดีกว่าบางคนที่นำความรู้ไปใช้ในทางที่ผิด
สมมติว่ามีอาณาจักรสองอาณาจักร ซึ่งทั้งสองอาณาจักรนี้ไม่ถูกกัน
ต่างฝ่ายต่างก็คิดแต่สร้างอาวุธ และทำสงครามบ่อยครั้ง
อยู่มาวันหนึ่งมีคนมาบอกว่า “เราควรใช้สมองดีกว่าการใช้กำลังนะ”
แล้วคนนั้นได้ขอเจรจาสงบศึกเพื่อหยุดการเสียเลือดเสียเนื้อครั้งนี้
เรื่องนี้สามารถบอกถึง คนที่ใช้ความรู้ไปในทางที่ถูกต้อง
เขาคิดแต่เจรจาสงบศึก เพื่อหยุดการฆ่ากันเอง และเสียเลือดเสียเนื้อเพิ่มขึ้น
ส่วนคนที่ใช้ความรู้ไปในทางที่ผิด คือคนที่มัวแต่คิดอาวุธ
แล้วถ้าสองอาณาจักรนี้ ต่างไม่ยอมกันจะเกิดอะไรขึ้น
บางเหตุการณ์ใช้สมองอย่างเดียวไม่ได้ ควรใช้จิตใจในการตัดสินใจด้วย
ถ้ามีคนถามว่า "ความรู้ เปรียบเหมือนอะไร"
หลายคนมักตอบว่า “หนังสือ” “ตัวอักษร”
ถ้าเป็นผมจะตอบอย่างนี้
ความรู้
เปรียบเหมือนทะเลที่กว้างใหญ่โดยไร้ซึ่งขอบเขตแห่งความสิ้นสุด
โดยให้เกาะที่เป็นบ้านเกิดของเราเป็นจุดเริ่มต้น
ถ้าเราไม่เปิดหูเปิดตาเป็นกบในกะลา
เราก็จะจะไม่รู้ว่ามหาสมุทรที่อยู่ข้างหน้าเรานั้นเป็นอย่างไร
ยกตัวอย่างในเชิงสมมติ
เราเป็นชาวบ้านธรรมดา ค้นพบแผนที่สมบัติ แล้วเตรียมพร้อมสำหรับการหาสมบัติ
เวลาผ่านไป เราขึ้นเรือ แล้วเจอทั้งหินโสโครก มรสุม และ พายุ ในที่สุดก็พบเกาะมหาสมบัติ
ยกตัวอย่างในเชิงนัยความรู้
เราเกิดอยู่บนโลกแห่งการเรียนรู้ซึ่งหมุนตลอดเวลา ซึ่งจุดเริ่มต้นของเรา คือ สมองที่ว่างเปล่า
แล้วเราพบแผนการเรียนรู้ในอนาคต และเตรียมพร้อมสำหรับบการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
ผ่านไปหลายปีเจออุปสรรคต่างๆนานา ใช้ความรู้และประสบการณ์ต่างๆ
จนกระทั่งค้นพบจุดสูงสุดในชีวิต
ยกตัวอย่างในเชิงห้องว่างเปล่า และนัยความรู้
ห้องที่ว่างเปล่า | สมองที่ว่างเปล่า |
ค้นพบเป้าหมาย (แข่งการจัดห้อง) | พบแผนการเรียนรู้ |
คำนวนค่าตกแต่งห้อง | เตรียมศึกษาเล่าเรียน |
ซื้อของ และจัดห้อง | ศึกษาเล่าเรียน |
ประกวดการจัดห้อง | สอบ (ทำข้อสอบ) |
ประกาศผล | ประกาศผล |
โดยเรียกว่า “วงจรชีวิตของการเรียน”
แล้วคุณล่ะจะเปรียบเทียบ ความรู้ เหมือนอะไร ?
ความจริงใจ
ผู้คนในโลกใบนี้ มักจะมีกลุ่มกระจายกันไปทั่ว
ส่วนใหญ่กลุ่มเหล่านี้ มักจะไม่รวมกลุ่มกันภายในระยะเวลาในชั่วข้ามคืน
แล้วสิ่งที่ทำให้ในกลุ่มสามารถรวมตัวกันได้โดย ความสามัคคี
ความสามัคคี นั้นก็มีที่มาเช่นเดียวกัน
โดยหนึ่งในนั้นก็มี ความจริงใจ รวมอยู่ด้วย
ถ้าไม่มีความจริงใจ ในโลกนี้คงจะไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน
ถ้ามีคนถามว่า "ความจริงใจ เปรียบเหมือนอะไร"
หลายคนมักตอบว่า "หัวใจ"
ถ้าเป็นผมจะตอบอย่างนี้
ความจริงใจ
เปรียบเหมือนหน้ากากที่มีสองสี และสองหน้าในหน้ากากเดียวกัน
โดยฝั่งหนึ่ง คือ หน้าเส้แสร้ง โดยปกปิดหน้าที่แท้จริงเอาไว้ไม่ให้ผู้อื่นรู้หน้าที่แท้จริงของตนเอง
ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง คือ หน้าที่แท้จริง ซึ่งเป็นหน้าที่แท้จริงของตนเอง โดยอารมณ์บางครั้ง
โดยคนประเภทนี้เรียกว่า “ปากไม่ตรงกับใจ” หรือ “คนสองหน้า”
โดยพวกเขาเป็นคนที่ชอบขัดแย้งความคิดของผู้อื่นๆเป็นประจำ
โดย ความจริงใจนี้ เปรียบเหมือนต้นไม้ กับ ดิน
โดยเปรียบเทียบต้นไม้ เพราะเป็นแม่ของทุกสรรพสิ่ง
เหมือนความจริงใจซึ่งเป็นแม่แบบของทุกนามธรรม โดยให้ต้นไม้ กับ ดิน เปรียบเสมือนเพื่อน
และด้วยความเป็นเพื่อนนี้ทำให้เกิดความจริงใจขึ้นมา
บางครั้งต้องมีการพึ่งพาอาศัยกัน เหมือนต้นไม้ กับ ดิน
ดินให้สารอาหารเพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโต ส่วนต้นไม้ให้ความร่มเงาและความชุ่มชื้นให้แก่ดิน
เพราะมีความจริงใจและความเชื่อใจกัน เมื่อต้นไม้เติบโตแล้วแตกแยกกิ่งก้านสาขาออกมา
เหมือนการออกดอกออกผลความจริงใจไปบริเวณรอบๆด้าน
แต่คนบางคนไม่ค่อยมีความจริงใจกัน เพราะ บุคคลที่สาม โดยเปรียบเหมือนคนตัดต้นไม้
คือ คนที่ชอบทำลายความจริงใจของผู้อื่น แต่ถ้าเราและคนทั่วโลกมีความจริงใจทุกคน
ก็เปรียบเหมือนมีต้นไม้ทุกทั่วทุกมุมโลก และมีอากาศบริสุทธิ์ปกคลุมโลก
กลายเป็นโลกที่มีความจริงใจสีเขียว งดงามไม่แพ้ดาวใดใดในเอกภพนี้
แล้วคุณล่ะจะเปรียบเทียบ ความจริงใจ เหมือนอะไร ?
ความรัก
ทุกคนในโลกมีหลากหลายหน้าตา เเละนิสัย
ดังนั้นความคิดของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน
และคำถามบางคำถามต้องการคำตอบที่มาจากจิตใจของเราเอง
ถึงแม้จะถามซักกี่คน หรือได้ซักกี่คำตอบ
ก็ไม่ได้คำตอบที่ถูกตามที่ต้องการ
ก็ไม่ได้คำตอบที่ถูกตามที่ต้องการ
ถ้าไม่ได้มาจากจิตใจของเราเอง
แล้วถ้าคุณถูกถามว่า "ความรัก เปรียบเหมือนอะไร"
หลายคนมักตอบว่า "กุหลาบ" "ช็อกโกแล็ต" "หัวใจ"
จึงคิดว่าพวกเขานึกวันวาเลนไทน์เสียมากกว่า
ถ้าเป็นผมจะตอบอย่างนี้
ความรัก
เปรียบเหมือนประตูที่ปิดกั้น
ถ้ามีความรักเข้ามาหา
เปรียบเหมือนประตูที่เปิดออกมา เพื่อรับความสุข
และความรักมาอุดซ่อมแซมและเติมเต็มจิตใจ
และความรักมาอุดซ่อมแซมและเติมเต็มจิตใจ
แต่ถ้ามีความสับสนเรื่อง ความรัก
ก็เปรียบเหมือนประตูมีอยู่หลายบานคล้ายเขาวงกต เพื่อหาคำตอบ
แล้วถ้าความรักไม่สมหวัง
ก็เปรียบเหมือนประตูที่ปิดตาย อาจจะไม่ได้เปิดอีกเลย
แต่ถ้ามีความรัก
ก็เหมือนประตูทั้งสองบานมีทางเชื่อมต่อไปหากันและกัน และให้กำเนิดชีวิตใหม่ขึ้นมา
โดยทุกความรักจะต้องมีอุปสรรคเสมอ เปรียบเหมือนกำแพงแก้วที่หนามากกั้นไว้
ถ้าเรามีความจริงใจในรักแท้ ก็เปรียบเหมือนพลังมหาศาลที่สามารถทำลายกำแพงอุปสรรคที่ขวางหน้าได้
จนกระทั่งได้พบหนทางแห่งรักแท้และรักที่สมหวัง
แล้วคุณล่ะจะเปรียบเทียบ ความรัก เหมือนอะไร ?
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
